กลับไปคลังความรู้

บทความ

วิธีตรวจสอบประวัติการแก้ไขสูตรใน Google Sheets ว่าใครแก้ แก้เมื่อใด และแก้อะไร

เมื่อสูตรใน Google Sheets แสดงผลผิดปกติ เราไม่จำเป็นต้องเดาทันทีว่าสูตรเสียจากสาเหตุใด เพราะสามารถตรวจสอบประวัติการแก้ไขของเซลล์นั้นได้ วิธีนี้ช่วยให้ทราบว่าเซลล์ถูกแก้ไขหรือไม่ ใครเป็นผู้แก้ไข แก้ไขเมื่อใด และสูตรก่อนหน้านี้มีลักษณะอย่างไร เหมาะสำหรับไฟล์ที่ใช้งานร่วมกันหลายคนหรือไฟล์ที่มีสูตรสำคัญจำนวนมาก

30 กรกฎาคม 2569 อ่าน 18 นาที
วิธีตรวจสอบประวัติการแก้ไขสูตรใน Google Sheets ว่าใครแก้ แก้เมื่อใด และแก้อะไร

วิธีตรวจสอบว่าสูตรใน Google Sheets ถูกแก้ไขหรือไม่

เคยเจอปัญหาแบบนี้ไหมครับ

  • ตัวเลขในหน้ารายงานไม่ตรง
  • ยอดรวมที่เคยแสดงปกติหายไป
  • สูตรในบางเซลล์เปลี่ยนไป
  • ไม่แน่ใจว่ามีใครเผลอแก้ไขสูตรหรือไม่
  • หลายคนใช้งานไฟล์เดียวกัน แต่ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้แก้ไข

Google Sheets มีเครื่องมือที่ช่วยตรวจสอบประวัติการแก้ไขของเซลล์แต่ละช่องได้ โดยไม่จำเป็นต้องเปิดดูประวัติของทั้งไฟล์

ฟังก์ชันนี้เหมาะสำหรับใช้ตรวจสอบปัญหาเบื้องต้น โดยเฉพาะเซลล์ที่มีสูตรสำคัญ เช่น ยอดรวม รายงานรายเดือน รายการเดินบัญชี หรือหน้าสรุปข้อมูล

ประวัติการแก้ไขของเซลล์ช่วยตรวจสอบอะไรได้บ้าง

เมื่อเปิดประวัติการแก้ไขของเซลล์ เราสามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญได้ เช่น

  • เซลล์นี้เคยถูกแก้ไขหรือไม่
  • ใครเป็นผู้แก้ไข
  • แก้ไขเมื่อวันที่และเวลาใด
  • สูตรหรือข้อมูลเดิมคืออะไร
  • สูตรหรือข้อมูลถูกเปลี่ยนเป็นอะไร
  • มีการแก้ไขหลายครั้งหรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้หาสาเหตุของปัญหาได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่ไฟล์ถูกแชร์ให้หลายคนใช้งานร่วมกัน

ขั้นตอนตรวจสอบประวัติการแก้ไขสูตรใน Google Sheets

ขั้นตอนที่ 1 เลือกช่องที่ต้องการตรวจสอบ

เปิดไฟล์ Google Sheets แล้วคลิกเลือกช่องหรือเซลล์ที่ต้องการตรวจสอบ

ควรเลือกเซลล์ที่สงสัยว่ามีปัญหา เช่น

  • ช่องที่แสดงยอดไม่ถูกต้อง
  • ช่องที่สูตรหาย
  • ช่องที่ขึ้นข้อความแสดงข้อผิดพลาด
  • ช่องที่เคยแสดงผลปกติ แต่ปัจจุบันแสดงผลผิดปกติ
  • ช่องสรุปที่ดึงข้อมูลจากหลายหน้า

เมื่อเลือกเซลล์แล้ว ให้สังเกตชื่อเซลล์บริเวณด้านซ้ายของแถบสูตร เช่น B13 หรือ F5 เพื่อยืนยันว่ากำลังตรวจสอบช่องที่ถูกต้อง

ขั้นตอนที่ 2 คลิกขวาที่ช่องนั้น

หลังจากเลือกเซลล์ที่ต้องการแล้ว ให้คลิกขวาที่เซลล์นั้น

ระบบจะแสดงเมนูคำสั่งของเซลล์ เช่น

  • ตัด
  • คัดลอก
  • วาง
  • ลบแถว
  • ลบคอลัมน์
  • แทรกความคิดเห็น
  • แสดงประวัติการแก้ไข

หากใช้คอมพิวเตอร์ Mac สามารถคลิกด้วยสองนิ้วบนแทร็กแพด หรือกดปุ่ม Control พร้อมคลิกเมาส์ได้

ขั้นตอนที่ 3 เลือก “แสดงประวัติการแก้ไข”

จากเมนูที่แสดงขึ้นมา ให้เลือกคำสั่ง

“แสดงประวัติการแก้ไข”

จากนั้น Google Sheets จะแสดงหน้าต่างประวัติการแก้ไขของเซลล์นั้น

ในหน้าต่างนี้อาจแสดงข้อมูล เช่น

  • ชื่อหรือบัญชีของผู้แก้ไข
  • วันที่และเวลาที่แก้ไข
  • ข้อมูลหรือสูตรที่ถูกเพิ่ม
  • ข้อมูลหรือสูตรที่ถูกเปลี่ยนแปลง

หากเซลล์นั้นไม่เคยถูกแก้ไขหลายครั้ง ระบบอาจแสดงประวัติเพียงรายการเดียว

ขั้นตอนที่ 4 ดูว่าใครแก้ไข และแก้ไขเมื่อใด

ภายในหน้าต่างประวัติการแก้ไข ให้ตรวจสอบชื่อผู้แก้ไข พร้อมวันที่และเวลา

ข้อมูลส่วนนี้ช่วยตอบคำถามได้ว่า

  • ผู้แก้ไขเป็นเจ้าของไฟล์หรือสมาชิกในทีม
  • การแก้ไขเกิดขึ้นก่อนหรือหลังเริ่มพบปัญหา
  • การแก้ไขเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่มีการบันทึกข้อมูลหรือไม่
  • มีบุคคลอื่นเข้ามาเปลี่ยนแปลงสูตรหรือข้อมูลหรือไม่

ตัวอย่างเช่น หากรายงานเริ่มแสดงผลผิดปกติในวันที่ 28 กรกฎาคม และประวัติแสดงว่ามีการแก้ไขสูตรในวันที่เดียวกัน ก็มีความเป็นไปได้ว่าการแก้ไขครั้งนั้นเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบสูตรก่อนและหลังเพิ่มเติมก่อนสรุปสาเหตุ

ขั้นตอนที่ 5 ใช้ลูกศรดูเวอร์ชันการแก้ไขก่อนหน้า

บริเวณด้านบนของหน้าต่างประวัติการแก้ไข จะมีปุ่มลูกศรสำหรับเลื่อนดูประวัติย้อนหลัง

ให้ใช้ลูกศรเพื่อดูว่าเซลล์นั้นเคยมีข้อมูลหรือสูตรแบบใดมาก่อน

ตัวอย่างเช่น

สูตรเดิม:

=SUM(C2:C9)

สูตรปัจจุบัน:

=SUM(C2:C10)

จากตัวอย่างจะเห็นว่าสูตรถูกเปลี่ยนจากการรวมข้อมูลถึงแถวที่ 9 เป็นการรวมข้อมูลถึงแถวที่ 10

การเปรียบเทียบสูตรก่อนและหลังจะช่วยให้ทราบว่า

  • มีการเปลี่ยนช่วงเซลล์หรือไม่
  • มีการเพิ่มหรือลบเงื่อนไขหรือไม่
  • มีการเปลี่ยนชื่อชีตหรือไม่
  • มีการลบสูตรแล้วพิมพ์ข้อมูลทับหรือไม่
  • สูตรเปลี่ยนเพียงบางส่วนหรือเปลี่ยนทั้งหมด

วิธีอ่านข้อมูลในประวัติการแก้ไข

เมื่อเปิดหน้าต่างประวัติการแก้ไข อาจพบข้อความในลักษณะดังต่อไปนี้

“เพิ่ม”

หมายถึงผู้ใช้งานได้เพิ่มข้อมูลหรือสูตรลงในเซลล์ที่เดิมอาจว่างอยู่

ตัวอย่าง:

เพิ่ม: =IFERROR(...)

กรณีนี้อาจหมายความว่าเซลล์ดังกล่าวได้รับการใส่สูตรครั้งแรก หรือมีการลบสูตรออกแล้วเพิ่มสูตรกลับเข้าไปใหม่

“แก้ไข”

หมายถึงข้อมูลหรือสูตรเดิมถูกเปลี่ยนเป็นค่าใหม่

ควรใช้ปุ่มลูกศรเพื่อเปรียบเทียบแต่ละเวอร์ชัน และดูว่าส่วนใดของสูตรถูกเปลี่ยนแปลง

ไม่มีรายการแก้ไขก่อนหน้า

หากระบบแสดงว่าไม่มีรายการแก้ไขก่อนหน้า อาจหมายความว่า

  • เซลล์มีประวัติอยู่เพียงรายการเดียว
  • สูตรถูกเพิ่มเข้ามาครั้งแรก
  • ไม่มีประวัติเก่ากว่านี้ให้แสดง
  • ข้อมูลบางส่วนถูกคัดลอกมาจากเอกสารต้นฉบับ

ดังนั้น การไม่มีประวัติหลายรายการไม่ได้หมายความว่าสูตรถูกต้องเสมอไป แต่หมายถึงไม่มีเวอร์ชันก่อนหน้าให้เปรียบเทียบในหน้าต่างนั้น

วิธีตรวจสอบว่าสูตรถูกแก้ไขจนเกิดปัญหาหรือไม่

การพบว่ามีการแก้ไขสูตร ยังไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าการแก้ไขนั้นผิด

ควรตรวจสอบเพิ่มเติมตามลำดับดังนี้

1. เปรียบเทียบสูตรก่อนและหลัง

ดูว่าส่วนใดของสูตรเปลี่ยนแปลง เช่น

  • ช่วงข้อมูล
  • ชื่อชีต
  • หมายเลขแถว
  • เงื่อนไขในสูตร
  • เครื่องหมายวงเล็บ
  • เครื่องหมายอัญประกาศ
  • ตัวเชื่อมข้อมูล

2. ตรวจสอบผลลัพธ์ที่ควรเกิดขึ้น

พิจารณาว่าสูตรนี้ควรแสดงผลอะไร เช่น

  • ยอดรวม
  • รายการตามช่วงวันที่
  • ยอดคงเหลือ
  • ผลรวมรายโครงการ
  • รายการตามบัญชี
  • ข้อมูลจากหน้าบันทึกรายการ

3. ตรวจสอบเซลล์ที่สูตรอ้างอิง

บางครั้งสูตรไม่ได้ถูกแก้ไข แต่ข้อมูลต้นทางที่สูตรอ้างอิงถูกเปลี่ยน ลบ หรือย้ายตำแหน่ง

ตัวอย่างเช่น สูตรเดิมยังเหมือนเดิม แต่แถวข้อมูลต้นทางถูกลบ จึงทำให้ผลลัพธ์ผิดปกติ

4. ตรวจสอบว่ามีการเพิ่มหรือลบแถวหรือคอลัมน์หรือไม่

การเพิ่มหรือลบแถว คอลัมน์ หรือชีต อาจทำให้สูตรเปลี่ยนช่วงอ้างอิงโดยอัตโนมัติ

ดังนั้น ปัญหาอาจไม่ได้เกิดจากการพิมพ์แก้สูตรโดยตรง แต่เกิดจากการเปลี่ยนโครงสร้างของไฟล์

5. อย่าแก้สูตรทันทีโดยยังไม่ได้ทำสำเนา

ก่อนแก้ไขสูตรหรือโครงสร้างสำคัญ ควรทำสำเนาไฟล์เก็บไว้ก่อนเสมอ

วิธีที่ปลอดภัยคือ

  1. ไปที่เมนู ไฟล์
  2. เลือก ทำสำเนา
  3. ตั้งชื่อไฟล์ใหม่ เช่น สำเนาก่อนตรวจสอบสูตร
  4. ทดลองแก้ไขในไฟล์สำเนา

วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่การแก้ไขเพิ่มเติมจะกระทบข้อมูลเดิม

ความแตกต่างระหว่างประวัติการแก้ไขเซลล์กับประวัติเวอร์ชันของไฟล์

Google Sheets มีการตรวจสอบประวัติสองลักษณะหลัก

ประวัติการแก้ไขของเซลล์

ใช้สำหรับตรวจสอบเซลล์ใดเซลล์หนึ่งโดยเฉพาะ

เหมาะกับกรณี:

  • ต้องการตรวจสูตรช่องเดียว
  • ต้องการรู้ว่าใครแก้เซลล์นั้น
  • ต้องการเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลัง
  • ต้องการตรวจปัญหาเฉพาะจุด

วิธีเปิด:

คลิกขวาที่เซลล์ → เลือก แสดงประวัติการแก้ไข

ประวัติเวอร์ชันของไฟล์

ใช้สำหรับดูการเปลี่ยนแปลงของไฟล์ทั้งฉบับในแต่ละช่วงเวลา

เหมาะกับกรณี:

  • มีการแก้ไขหลายชีต
  • มีการลบข้อมูลจำนวนมาก
  • โครงสร้างไฟล์เปลี่ยน
  • ต้องการย้อนดูภาพรวมของไฟล์
  • ต้องการกู้คืนไฟล์ทั้งเวอร์ชัน

ดังนั้น หากพบปัญหาเฉพาะเซลล์ ให้เริ่มจากประวัติการแก้ไขของเซลล์ก่อน แต่หากปัญหาเกิดหลายจุด ควรตรวจสอบประวัติเวอร์ชันของทั้งไฟล์เพิ่มเติม

กรณีที่ควรใช้วิธีนี้

วิธีตรวจสอบประวัติการแก้ไขเหมาะกับสถานการณ์ต่อไปนี้

  • สูตรในช่องสรุปหาย
  • ตัวเลขใน Dashboard ผิดปกติ
  • ยอดรวมไม่ตรงกับข้อมูลที่บันทึก
  • สูตรถูกแทนที่ด้วยตัวเลข
  • สูตรเปลี่ยนช่วงอ้างอิง
  • สมาชิกในทีมหลายคนใช้ไฟล์ร่วมกัน
  • ไม่ทราบว่าใครแก้ไขข้อมูล
  • ต้องการหาช่วงเวลาที่ปัญหาเริ่มเกิด
  • ต้องการส่งข้อมูลให้ทีมงานตรวจสอบเพิ่มเติม

ข้อควรระวังในการแก้ไขสูตร

หากตรวจพบว่าสูตรถูกแก้ไข ไม่ควรคัดลอกสูตรจากช่องอื่นมาวางทันทีโดยยังไม่ตรวจสอบโครงสร้าง

เนื่องจากสูตรแต่ละช่องอาจอ้างอิงข้อมูลต่างกัน เช่น

  • คนละเดือน
  • คนละบัญชี
  • คนละโครงการ
  • คนละสาขา
  • คนละช่วงวันที่
  • คนละประเภทข้อมูล

ก่อนแก้ไขควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสูตรที่นำมาใช้เป็นสูตรของช่องเดียวกันหรือมีโครงสร้างอ้างอิงที่ถูกต้อง

หากเป็นเทมเพลตที่มีการผูกสูตรหลายหน้า การเพิ่มหรือลบแถว คอลัมน์ ชีต หรือสูตร อาจทำให้รายงานส่วนอื่นได้รับผลกระทบได้ จึงควรทำสำเนาไฟล์ก่อนแก้ไขทุกครั้ง

สรุป

การตรวจสอบประวัติการแก้ไขของเซลล์ใน Google Sheets เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยหาสาเหตุของปัญหาสูตรได้อย่างเป็นระบบ

ขั้นตอนหลักมีดังนี้

  1. เลือกช่องที่ต้องการตรวจสอบ
  2. คลิกขวาที่ช่องนั้น
  3. เลือก “แสดงประวัติการแก้ไข”
  4. ดูว่าใครแก้ไข และแก้ไขเมื่อใด
  5. ใช้ลูกศรดูเวอร์ชันการแก้ไขก่อนหน้า

วิธีนี้ช่วยให้ทราบว่าเซลล์เคยถูกแก้ไขหรือไม่ แต่ก่อนแก้สูตรควรเปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลัง ตรวจสอบเซลล์ต้นทาง และทำสำเนาไฟล์เก็บไว้เสมอ

สนใจเทมเพลต Google Sheet?

ดูเทมเพลตสำเร็จรูปพร้อมใช้งานสำหรับธุรกิจของคุณ จ่ายครั้งเดียว ใช้ได้ตลอดชีพ

ดูเทมเพลตทั้งหมด
วิธีตรวจสอบประวัติการแก้ไขสูตรใน Google Sheets ว่าใครแก้ แก้เมื่อใด และแก้อะไร — Studio Photo Story