กลับไปคลังความรู้

บทความ

A04 คืออะไร? จัดรายรับ–รายจ่าย แยกโครงการ/สาขา และดูภาพรวมธุรกิจใน Google Sheets

หลายธุรกิจมีเงินเข้าออกทุกวัน แต่กลับตอบไม่ได้ว่าเดือนนี้เหลือเงินจริงเท่าไร หรือโครงการใดทำกำไรได้มากที่สุด เทมเพลต A04 ช่วยจัดข้อมูลรายรับ–รายจ่าย โครงการหรือสาขา บัญชีเงิน VAT และรายงานบริหารภายในไว้ใน Google Sheets ไฟล์เดียว เพื่อให้เจ้าของธุรกิจเห็นภาพรวมและตรวจรายละเอียดได้ง่ายขึ้น

30 กรกฎาคม 2569 อ่าน 25 นาที
A04 คืออะไร? จัดรายรับ–รายจ่าย แยกโครงการ/สาขา และดูภาพรวมธุรกิจใน Google Sheets

A04 คืออะไร?

A04 คือเทมเพลต Google Sheets สำเร็จรูปสำหรับบันทึกรายรับ–รายจ่ายของธุรกิจ โดยออกแบบโครงสร้างตารางและผูกสูตรที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว ผู้ใช้จึงไม่ต้องเริ่มสร้างไฟล์ ตั้งตาราง และวางสูตรทั้งหมดจากหน้ากระดาษเปล่า

จุดเด่นของ A04 คือไม่ได้แสดงเฉพาะยอดรวมของธุรกิจ แต่สามารถเลือกบันทึกและตรวจสอบข้อมูลตาม โครงการหรือสาขา ได้ด้วย

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอาจมีโครงการ A, B และ C พร้อมกัน ส่วนร้านอาหารหรือธุรกิจบริการอาจมีหลายสาขา หากบันทึกรายการทั้งหมดรวมกันโดยไม่ระบุแหล่งที่มา เจ้าของกิจการอาจเห็นเพียงยอดรวม แต่ไม่รู้ว่าโครงการหรือสาขาใดสร้างรายได้ และส่วนใดมีต้นทุนสูงผิดปกติ

A04 จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการดูข้อมูลสองระดับพร้อมกัน ได้แก่

  1. ภาพรวมของทั้งธุรกิจ
  2. รายละเอียดเฉพาะโครงการหรือสาขา

ปัญหาของการบันทึกรายรับ–รายจ่ายแบบหลายไฟล์

ในช่วงเริ่มต้น หลายธุรกิจอาจใช้สมุด แอปโน้ต หรือไฟล์ Google Sheets แยกกันหลายชุด เช่น

  • ไฟล์รายรับ
  • ไฟล์รายจ่าย
  • ไฟล์สรุป VAT
  • ไฟล์ค่าใช้จ่ายโครงการ
  • ไฟล์บัญชีธนาคาร
  • ไฟล์ที่พนักงานแต่ละคนบันทึกแยกกัน

วิธีนี้อาจใช้งานได้ในช่วงที่รายการยังมีไม่มาก แต่เมื่อธุรกิจเติบโต ปัญหาที่ตามมาคือข้อมูลซ้ำ ยอดไม่ตรงกัน และไม่แน่ใจว่าไฟล์ใดเป็นเวอร์ชันล่าสุด

เมื่อถึงเวลาปิดเดือน เจ้าของธุรกิจจึงต้องเสียเวลานำข้อมูลจากหลายแหล่งมารวมกันใหม่ และยังมีความเสี่ยงที่รายการบางส่วนจะตกหล่น

ปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่แค่ “ไม่มีข้อมูล” แต่อยู่ที่มีข้อมูลจำนวนมากแต่ไม่สามารถเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้เป็นภาพรวมที่ใช้ตัดสินใจได้


A04 ช่วยจัดข้อมูลธุรกิจอย่างไร?

1. เริ่มจากการตั้งค่าหมวดและบัญชีที่ใช้จริง

ก่อนบันทึกรายการ ผู้ใช้สามารถตั้งค่าข้อมูลพื้นฐานให้สอดคล้องกับธุรกิจ เช่น

  • หมวดรายรับ
  • หมวดรายจ่าย
  • บัญชีธนาคาร
  • บัญชีเครดิต
  • ชื่อโครงการ
  • ชื่อสาขา

ตัวอย่างหมวดรายรับของธุรกิจรับเหมาอาจประกอบด้วยเงินมัดจำ เงินตามงวด และรายได้จากงานเพิ่มเติม ส่วนรายจ่ายอาจประกอบด้วยค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าผู้รับเหมาช่วง ค่าเครื่องจักร และค่าเดินทาง

การตั้งชื่อหมวดให้ตรงกับวิธีทำงานจริงช่วยให้ตรวจสอบรายงานภายหลังได้ง่ายกว่าการใช้คำกว้าง ๆ เช่น “รายได้อื่น” หรือ “ค่าใช้จ่ายทั่วไป” กับทุกรายการ

ตามโครงสร้างข้อมูลปัจจุบัน A04 รองรับชื่อรายรับ รายจ่าย บัญชีธนาคาร และบัญชีเครดิตได้สูงสุดกลุ่มละ 100 ชื่อ รวมถึงเพิ่มโครงการหรือสาขาได้ไม่จำกัดตามโครงสร้างของเทมเพลต


2. บันทึกรายรับ–รายจ่ายในหน้าหลักเดียว

เมื่อมีรายการเกิดขึ้น ผู้ใช้สามารถเลือกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับรายการนั้น เช่น

  • ประเภทรายการ
  • หมวดรายรับหรือรายจ่าย
  • บัญชีที่รับหรือจ่ายเงิน
  • โครงการหรือสาขา
  • รายละเอียดรายการ
  • ข้อมูลภาษีที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างเช่น บริษัทได้รับเงินตามงวดจำนวน 150,000 บาทจากโครงการ A ผู้บันทึกสามารถระบุว่ารายการนี้เป็นรายรับ เลือกหมวด “รับเงินตามงวด” เลือกบัญชีธนาคารที่รับเงิน และเลือกโครงการ A

เมื่อซื้อวัสดุ 35,000 บาทสำหรับโครงการเดียวกัน ก็สามารถระบุเป็นรายจ่าย เลือกหมวดค่าวัสดุ และผูกกับโครงการ A

การระบุโครงการหรือสาขาตั้งแต่ขั้นตอนบันทึก ทำให้ภายหลังสามารถดึงข้อมูลและตรวจสอบผลของแต่ละส่วนได้ โดยไม่ต้องกลับมาแยกรายการใหม่ทีละบรรทัด


3. ดู Dashboard รายเดือนและรายปี

A04 มีหน้า Dashboard สำหรับช่วยให้เจ้าของธุรกิจเห็นข้อมูลสำคัญในรูปแบบสรุป เช่น

  • รายรับรวม
  • รายจ่ายรวม
  • เงินคงเหลือ
  • กราฟเปรียบเทียบรายรับและรายจ่าย
  • รายการรายรับที่สำคัญ
  • รายการรายจ่ายที่สำคัญ
  • สัดส่วนรายจ่ายและเงินคงเหลือ
  • ภาพรวมรายเดือน
  • ภาพรวมรายปี

Dashboard เหมาะสำหรับใช้ตรวจสอบแนวโน้มมากกว่าการเปิดดูรายการดิบทีละบรรทัด

ตัวอย่างเช่น หากรายรับเดือนนี้เพิ่มขึ้น แต่เงินคงเหลือลดลง เจ้าของธุรกิจควรตรวจต่อว่ารายจ่ายเพิ่มขึ้นในหมวดใด มีการซื้อสินทรัพย์ หรือมีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่เกิดขึ้นหรือไม่

ตัวเลขบน Dashboard เป็นการคำนวณจากข้อมูลที่ผู้ใช้บันทึก หากรายการไม่ครบ เลือกหมวดผิด หรือเลือกบัญชีผิด ผลสรุปก็อาจแตกต่างจากสถานการณ์จริงได้


4. แยกดูผลตามโครงการหรือสาขา

สำหรับธุรกิจที่มีหลายโครงการหรือหลายสาขา ยอดรวมทั้งบริษัทอาจไม่เพียงพอต่อการตัดสินใจ

สมมติว่าธุรกิจมีรายรับรวม 1,000,000 บาท และรายจ่ายรวม 750,000 บาท หากดูเฉพาะภาพรวม อาจเข้าใจว่าธุรกิจมีกำไรเบื้องต้น 250,000 บาท

แต่เมื่อแยกรายโครงการ อาจพบว่า

  • โครงการ A มีกำไรเบื้องต้น 300,000 บาท
  • โครงการ B ขาดทุนเบื้องต้น 50,000 บาท
  • โครงการ C ยังมีรายได้ไม่ครบตามงวด แต่มีต้นทุนเกิดขึ้นแล้ว

ข้อมูลระดับโครงการช่วยให้ผู้บริหารตรวจสอบได้ว่าโครงการใดควรควบคุมต้นทุนเพิ่มเติม โครงการใดมีค่าใช้จ่ายผิดปกติ หรือสาขาใดมีรายได้ไม่สัมพันธ์กับต้นทุน

อย่างไรก็ตาม การคำนวณผลรายโครงการจะมีความหมายเมื่อผู้ใช้ระบุโครงการให้แต่ละรายการอย่างสม่ำเสมอ และพิจารณาการปันส่วนค่าใช้จ่ายส่วนกลางอย่างเหมาะสม


5. ดูรายงานซื้อ–ขายและรายการเดินบัญชี

นอกจาก Dashboard แล้ว A04 ยังมีหน้ารายงานสำหรับตรวจสอบข้อมูลในมุมที่ละเอียดขึ้น เช่น

  • รายงานรายการขาย
  • รายงานรายการซื้อ
  • รายการเดินบัญชี
  • รายงานตามโครงการ
  • การเลือกดูข้อมูลตามช่วงเวลาหรือเงื่อนไขของรายงาน

รายการเดินบัญชีช่วยให้ผู้ใช้ตรวจสอบว่าเงินเข้าและออกผ่านบัญชีใด และรายการนั้นเกี่ยวข้องกับหมวดหรือโครงการใด

ประโยชน์ของรายงานเหล่านี้คือช่วยลดการค้นหารายการจากข้อมูลทั้งหมด เช่น เมื่อต้องการตรวจรายการของโครงการ B เฉพาะเดือนมีนาคม ก็สามารถใช้หน้ารายงานที่เกี่ยวข้องแทนการเลื่อนดูรายการตลอดทั้งปี


6. จัดข้อมูล VAT และหัก ณ ที่จ่ายไว้เป็นระบบ

A04 รองรับการบันทึกและสรุปข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ

  • VAT ซื้อ
  • VAT ขาย
  • หัก ณ ที่จ่าย
  • ภ.พ.36 ตามข้อมูลที่บันทึก
  • รายงานซื้อและรายงานขาย

ฟังก์ชันเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจจัดข้อมูลภายในได้เป็นระบบมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าตัวเลขในไฟล์สามารถนำไปยื่นภาษีได้ทันทีโดยไม่ตรวจสอบ

ก่อนนำข้อมูลไปใช้จริง ควรตรวจอย่างน้อยเรื่องต่อไปนี้

  • ใบกำกับภาษีถูกต้องหรือไม่
  • ภาษีซื้อมีสิทธินำมาใช้หรือไม่
  • วันที่ในเอกสารตรงกับรอบภาษีหรือไม่
  • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีและข้อมูลคู่ค้าถูกต้องหรือไม่
  • ประเภทและอัตราหัก ณ ที่จ่ายถูกต้องหรือไม่
  • มีรายการที่ต้องบันทึก ภ.พ.36 หรือไม่

เทมเพลตช่วยคำนวณและสรุปตามข้อมูลที่ผู้ใช้กรอก แต่ไม่ใช่ระบบยื่นภาษี และไม่แทนการตรวจสอบของนักบัญชี


7. ดูกำไร–ขาดทุนเบื้องต้น

A04 มีส่วนสรุปกำไร–ขาดทุนเพื่อใช้เป็นข้อมูลบริหารภายใน โดยแสดงข้อมูลจากหมวดรายรับ รายจ่าย ต้นทุน และค่าใช้จ่ายที่ผู้ใช้บันทึก

โครงสร้างทั่วไปสามารถช่วยให้เจ้าของธุรกิจพิจารณาเรื่องต่าง ๆ เช่น

  • รายได้รวม
  • ต้นทุนขายหรือบริการ
  • กำไรขั้นต้น
  • ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
  • กำไรจากการดำเนินงานเบื้องต้น

รายงานนี้มีประโยชน์ในการดูแนวโน้มและติดตามผลการดำเนินงาน แต่ไม่ควรเรียกว่าเป็นงบการเงินที่ผ่านการรับรอง เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับการจัดหมวด การบันทึกข้อมูล และหลักเกณฑ์ที่ธุรกิจเลือกใช้

ค่าใช้จ่ายบางรายการอาจต้องพิจารณาเพิ่มเติม เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ค่าเสื่อมราคา รายการค้างรับค้างจ่าย หรือรายการที่ต้องปรับปรุงทางบัญชี


A04 เหมาะกับธุรกิจประเภทใด?

A04 เหมาะกับธุรกิจที่มีความต้องการอย่างน้อยหนึ่งข้อต่อไปนี้

ธุรกิจรับเหมาและงานโครงการ

เหมาะกับผู้รับเหมาก่อสร้าง งานตกแต่ง งานติดตั้ง เอเจนซี่ และธุรกิจบริการที่มีรายได้และต้นทุนแยกตามงาน

ธุรกิจหลายสาขา

เช่น ร้านอาหาร โรงเรียน โรงแรม หอพัก คลินิก หรือร้านค้าที่ต้องการดูว่าสาขาใดมีรายรับ รายจ่าย และเงินคงเหลือเท่าไร

ธุรกิจที่จด VAT

เหมาะกับกิจการที่ต้องการจัดข้อมูล VAT ซื้อ VAT ขาย รายงานซื้อ รายงานขาย และหัก ณ ที่จ่ายไว้ในโครงสร้างเดียวกัน

เจ้าของ SME ที่ต้องการ Dashboard

เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการเริ่มวางตารางและผูกสูตรเอง แต่ยังต้องการทำงานบน Google Sheets และถือข้อมูลไว้ในบัญชี Google ของตนเอง


ตัวอย่างการใช้งาน A04 ในธุรกิจรับเหมา

สมมติบริษัทหนึ่งมีโครงการก่อสร้าง 3 โครงการ

  • โครงการ A: สร้างบ้านพักอาศัย
  • โครงการ B: ปรับปรุงสำนักงาน
  • โครงการ C: งานต่อเติมร้านอาหาร

เมื่อได้รับเงินมัดจำหรือเงินตามงวด ผู้ใช้บันทึกรายรับพร้อมเลือกโครงการที่เกี่ยวข้อง

เมื่อซื้อวัสดุ จ่ายค่าแรง หรือเช่าเครื่องจักร ก็เลือกโครงการเดียวกันในรายการรายจ่าย

จากนั้นผู้บริหารสามารถตรวจสอบได้ว่า

  • แต่ละโครงการรับเงินแล้วเท่าไร
  • ต้นทุนที่เกิดขึ้นแล้วมีจำนวนเท่าไร
  • โครงการใดมีรายจ่ายสูงกว่าที่คาด
  • เงินอยู่ในบัญชีใด
  • มีรายการ VAT หรือหัก ณ ที่จ่ายใดบ้าง
  • ผลต่างรายรับและต้นทุนเบื้องต้นของแต่ละงานเป็นอย่างไร

วิธีนี้ช่วยให้ไม่ต้องสร้างไฟล์แยกหนึ่งไฟล์ต่อหนึ่งโครงการ และลดปัญหาข้อมูลรูปแบบไม่เหมือนกันระหว่างแต่ละงาน


ขั้นตอนเริ่มใช้ A04

ขั้นที่ 1: ทำสำเนาไฟล์เข้าบัญชี Google

ผู้ใช้ควรเปิดไฟล์ด้วยบัญชี Gmail ที่ต้องการใช้เก็บข้อมูล และทำสำเนาไฟล์ไปยัง Google Drive ของตนเอง

ขั้นที่ 2: ตั้งค่าหมวดรายรับและรายจ่าย

ควรตั้งชื่อหมวดให้ตรงกับธุรกิจ และไม่สร้างหมวดที่ซ้ำความหมายกันมากเกินไป

ขั้นที่ 3: เพิ่มบัญชีธนาคารและบัญชีเครดิต

ระบุชื่อบัญชีที่ใช้รับและจ่ายเงินจริง เพื่อให้ตรวจสอบเงินคงเหลือและรายการเดินบัญชีได้ง่ายขึ้น

ขั้นที่ 4: เพิ่มโครงการหรือสาขา

กำหนดชื่อให้สั้น ชัดเจน และใช้รูปแบบเดียวกัน เช่น “โครงการ A – บ้านคุณสมชาย” แทนการใช้ชื่อหลายรูปแบบในโครงการเดียวกัน

ขั้นที่ 5: ทดลองบันทึกรายการ

เริ่มจากรายการตัวอย่างประมาณ 5–10 รายการ แล้วตรวจว่ารายการไปแสดงใน Dashboard และรายงานที่เกี่ยวข้องตามที่คาดหรือไม่

ขั้นที่ 6: กำหนดวิธีทำงานร่วมกับทีม

หากมีหลายคนบันทึกข้อมูล ควรกำหนดว่าใครรับผิดชอบรายการใด และกำหนดสิทธิ์ Google Sheets ให้เหมาะสม

ไม่ควรแชร์ไฟล์แบบสาธารณะ และไม่ควรส่งรหัสผ่านหรือ OTP ให้ผู้อื่น


ข้อจำกัดที่ควรทราบก่อนเลือกใช้

  1. ใช้งานบน Google Sheets เท่านั้น
    ไฟล์ไม่ได้ออกแบบสำหรับ Excel สูตรและฟังก์ชันบางส่วนอาจทำงานไม่ถูกต้องเมื่อนำไปเปิดใน Excel

  2. ผลสรุปขึ้นอยู่กับข้อมูลที่บันทึก
    หากกรอกไม่ครบ เลือกหมวดผิด หรือแก้ไขสูตร ผลลัพธ์อาจคลาดเคลื่อนได้

  3. ไม่แทนนักบัญชี
    เทมเพลตช่วยจัดข้อมูลและทำรายงานบริหารภายใน แต่ไม่ใช่บริการทำบัญชี สอบบัญชี หรือยื่นภาษี

  4. ควรทำสำเนาก่อนแก้โครงสร้าง
    การลบแถว เพิ่มคอลัมน์ ย้ายชีต หรือแก้สูตรหลักอาจกระทบรายงานส่วนอื่น

  5. การตั้งค่าเริ่มต้นเหมาะกับคอมพิวเตอร์มากกว่า
    แม้ Google Sheets สามารถเปิดผ่านอุปกรณ์หลายประเภทได้ แต่การตั้งค่าหมวด บัญชี และตรวจรายงานขนาดใหญ่จะสะดวกกว่าบนคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ก


สรุป

การมีรายรับจำนวนมากไม่ได้หมายความว่าธุรกิจมีกำไร และการเห็นยอดเงินรวมก็ยังไม่เพียงพอสำหรับธุรกิจที่มีหลายโครงการหรือหลายสาขา

สิ่งสำคัญคือการบันทึกข้อมูลด้วยโครงสร้างเดียวกัน ระบุหมวด บัญชี และโครงการให้ครบ แล้วใช้รายงานเพื่อตรวจสอบทั้งภาพรวมและรายละเอียด

เทมเพลต A04 เหมาะกับเจ้าของธุรกิจที่ไม่ต้องการเริ่มวางตารางและผูกสูตรเอง แต่ต้องการจัดรายรับ–รายจ่าย Dashboard โครงการหรือสาขา VAT รายงานซื้อ–ขาย รายการเดินบัญชี และกำไร–ขาดทุนเบื้องต้นไว้ใน Google Sheets ไฟล์เดียว

สนใจเทมเพลต Google Sheet?

ดูเทมเพลตสำเร็จรูปพร้อมใช้งานสำหรับธุรกิจของคุณ จ่ายครั้งเดียว ใช้ได้ตลอดชีพ

ดูเทมเพลตทั้งหมด